ก่อนอื่นต้องขอกราบประทานอภัยแก่น้องๆที่ส่งอีเมล์มาแล้วพี่ตอบช้านะคะ ช่วงนี้บีซี่มั่กมาก ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรจะมาอัพเดทมาก แต่กำลังรวบรวมข้อมูลเป็นชีทสรุปเรื่องราวเกี่ยวกับ อังกฤษ และ อเมริกา อยู่ น้องๆคนไหนสนใจติดต่อได้นะจ้ะ แบบเอาไปอ่านเล่นๆ แต่ได้ใช้จริง (ถ้าสอบเข้าได้ 55) ราคาไม่เกินสองร้อยนะคะ หุหุ อย่าหาว่างกเลยนะขอค่าพิมพ์นีสนึง พี่จะพยายามทำให้มันอ่านง่ายที่สุด เป็นภาษาอังกฤษนะ จะได้ลองไปดูตัวเองด้วยว่าการอ่านไปถึงไหนแล้ว เพราะพี่ไม่อยากเน้นให้สอบเข้าได้อย่างเดียว อยากให้เข้ามาแล้วเรียนรู้เรื่องด้วยอ่าจะ

MSN ใครอยากได้กรุณาขอมาทางอีเมล์นะจ้ะ BAS.tutor@gmail.com เมล์เดิมนั้นลา  
         ถ้าน้องๆยังไม่ได้สอบ TU-GET หรือมีผลการสอบภาษาอังกฤษให้รีบไปสอบนะคะ เพราะว่าเหลือสองรอบเองสำหรับปีนี้ ปีหน้าไม่รับประกันว่าจะทันมั้ย เพราะจะเริ่มขายใบสมัครเดือนหน้าแล้วนะจ้ะ
http://www.tu.ac.th/org/litu/Banner/06/Thai/tuget1.html


สองรอบที่ว่านั้น ไปดูมาให้ละว่ามันจะขายใบสมัครทุกวันที่ 1-10 ของทั้งเดือน พฤศจิกายน และ ธันวาคม สอบก็ช่วงปลายเดือนจ้า ส่วนเรื่องติว TU-GET ตัวพี่เองไม่สันทัดเหมียนกัน แต่ถ้าสนใจลองส่งอีเมล์มานะ เพราะว่าเพื่อนอาจจะสอนได้ ราคาไม่แพงอันนี้ เพราะไม่รับรองผล 5555 กล้าก็มานะจ้ะ
     ได้สิคะ คนเหมือนกันนิ อีกอย่างก่อนที่เราจะเข้ามาก็ต้องมีการทดสอบภาษาอังกฤษกันพอสมควรเนอะ อยากบอกน้องๆที่กลัวว่าไม่ต้องกลัว พี่เองก็มาจากโรงเรียนไทย ไม่เคยเรียนพิเศษที่ไหน ไม่เคยไปเรียนแลกเปลี่ยน ก็ยังเข้ามาเรียนได้ (เกรดไม่ต้องพูดถึง อิอิ) จากประสบการณ์ส่วนตัวอยากบอกว่าพวกที่มาจากโรงเรียนไทยนะ เรียนเก่งกว่าพวกเด็กนานาชะอีกก็มี ไว้วันหลังจะบอกว่าใคร สิ่งที่เด็กที่มาจากโรงเรียนไทยอาจจะเสียเปรียบเด็กนานาชะในความคิดพี่น่าจะเป็นการฟังค่ะ เพราะอาจารย์ไทยที่โรงเรียนไทยจะออกเสียงชัดว่าอาจารย์ต่างชาติอยู่มาก แต่หากว่าเราฟังไม่ทันคำไหนก็ไม่ต้องกังวลหรอก ยกมือให้อาจารย์เค้าพูดซ้ำ หรือว่าไปถามเค้าหลังจบคาบก็ได้ อาจารย์เค้าไม่ดุ แต่ปัญหาพวกนี้ก็จะมีอยู่แค่ช่วงเทอม สองเทอมแรกเท่านั้นหละค่ะ พอเราปรับตัว ปรับหู ได้ เราก็จะชินและฟังเข้าใจไปเอง

     ปัญหาอีกอย่างที่เด็กที่มาจากโรงเรียนไทยจะกลัว และเด็กแบสที่เรียนกันอยู่ทุกวันนี้ยังกลัวก็คือการตอบคำถามในห้อง หรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ส่วนตัวของพี่นะ เมื่อตอนมาเรียนใหม่ๆก็ไม่กล้าเหมือนกัน แต่พอขึ้นปีสองมารู้สึกว่าตัวเองกล้าตอบกล้าพูดมากขึ้นในห้อง อาจจะเป็นเพื่อนเราเริ่มรูจักเพื่อนร่วมห้องมากขึ้นด้วยก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว ขอแค่มั่นใจ ผิดถูกไม่มีใครว่าหรอก (ใครว่าก็ด่ามันไปเลย)
    
     เหมือนเดิมนะ อยากรู้ อยากถามอะไรก็ ส่งอีเมล์มาที่ bas.tutor@gmial.com หรือ คอมเม้นท์ไว้ที่บล๊อกนี้ได้เลยนะ ยินดี ส่วนข่าวการเปิดติวเข้า BAS จะมาบอกเรื่อยละกันนะจ้ะ
      อย่างที่บอกไปแล้ววว่าโครงการ BAS ของเราจะเรียนกันที่วิทยาเขตท่าพระจันทร์ ตลอดทั้งสี่ปีเลย บรรยากาศก็จะร่มรื่นๆ เพื่อนร่วมแคมปัสคณะอื่นๆก็จะเป็นภาคภาษาอังกฤษกันทั้งหมด มีทั้งชาวต่างชาติที่มาเรียน Thai Studies ที่ท่าพระจันทร์ก็จะฝรั่งเยอะมากก แล้วเราก็จะได้ยินคนพูดภาษาอังกฤษกันให้เยอะแยะวุ่นวายกันไปหมด ทั้งเพื่อนร่วมชั้นบางคนเองก็มาจากโรงเรียนนานาชาติบ้าง ต่างประเทศบ้าง เพราะฉะนั้มาเรียนที่ท่าพระจันทร์แล้วรับรองว่าได้พูดภาษาอังกฤษกันทุกคนอย่างแน่นอน มันเป็นการฝึกให้น้องๆบางคนที่มาจากโรงเรียนไทยก็จะได้ลิ้มรสการอยู่ในสังคมอินเตอร์เนชั่นแนล น่าสนุกไปอีกแบบ อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ไปม้ดดด อยู่แล้วไม่อ้วนนี่แสดงว่าเป็นคนโชคดีมาก
     
      การแต่งการของผู้คนที่นี่ก็จะมีหลากหลายแนวตั้งแต่ Costplay, Hiphop, Punk, Emo, Nerd,.... ล้อเล่น 55+ ก็คือว่าเนื่องจากทางมหาวิทยาลัย และโครงการเองไม่ได้มีการบังคับให้แต่งเครื่องแบบนักศึกษาแต่อย่างใด ผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ก็จะแต่งตัวตามสบายกันมาเรียน เหมาะสมบ้าง ไม่เหมาะสมบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ตามความคิดพี่ ก็ไม่ควรจะใส่อะไรให้มันสั้น หรือ เปิดเผยมาก มาเรียนเดี๋ยวอาจารย์เค้าไม่มีสมาธิสอน (ล้อเล่นๆ) อาจารย์ทุกคนที่นี่ก็จะเป็นฝรั่งเค้าก็ไม่ค่อยแคร์หรอกว่าจะใส่อะไรมาเรียนกัน เอาอาหารไปกินในห้องเรียนก็ได้เค้าไม่ว่า แต่ก็อย่าให้มันกลิ่นแรงมากสงสารคนที่ไม่ได้กินอ่านะ

     อีกสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเจอแน่นอนเวลามาเรียนที่ท่าพระจันทร์ก็คือ ทั่น ทัน ท้านนน "ไฮโซ " นั่นเอง ตัวพี่เองไม่ได้เป็นไฮโซ ละก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกับไฮโซแต่อย่างใด ที่พูดก็เพราะว่าก่อนที่พี่จะเข้ามาเรียนแบส ลูกพี่ลูกน้องของพี่ก็จะมาเป่าหูตลอดเวลาว่า "นี่ระวังไปเรียนแล้วไม่มีเพื่อนนะ แกมันโลว์โซหนิ" บลา บลา บลาาา อยากบอกว่ามีแน่นอนอยู่แล้ว แต่ไฮโซก็มีหลายแบบ แบบที่อยู่กันเป็นแก๊งค์ก็มี แบบนิสัยดีติดดินกินข้าวกล่องก็มีเยอะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเพื่อน ถ้าคิดว่าเราอยากที่จะเรียนที่นี่ก็เรียนไปเห้อะ เรื่องอื่นมันปรับกันได้ ไฮโซ ไฮซอลท์ ก็เหอะ มีตังค์แต่ไม่เรียนก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ที่อยู่ได้ก็ต้องเป็นไฮโซมีกึ๋นนีสนึงอ่านะ

     เวลาเรียนของที่แบส ปีหนึ่งถึงสามก็จะเรียนหนักหน่อย ส่วนใหญ่จะมีเรียนทุกวัน วันละวิชาบ้างสองวิชาบ้าง การเลิกเรียนก็จะไม่เกินห้าโมง ไม่มีเรียนจนดึกจนดื่นเหมือนที่อื่นแน่นอน การลงเรียนก็เต็มที่ 6 ตัวต่อเทอม ก็แทบแย่ละ ส่วนใหญ่เวลาลงทะเบียนจะดึงจากโควต้ามาได้ ประมาณ ห้า วิชา ถ้าอยากจบไวก็ไปดูว่าเค้ามีเปิดสอนอะไรบ้างตามแผนของเรา แล้วลงเพิ่มก็ได้ ค่าเทอมก็ ประมาณ 45000 บาท ต่อเทอม ไม่เกินนี้ค่ะ ตอนนี้นึกไม่ออกละอยากรู้อะไรก็เขียนแปะไว้ในคอมเม้นก็ได้เน้อ (:
     จำไม่ได้ว่าเคยบอกไปแล้วรึยังในบล๊อกก่อนหน้านี้ว่าโครงการ British and American Studies เรียนที่ท่าพระจันทร์ตลอด 4 ปีเลยค่ะ ทำอะไรก็ที่ท่าพระจันทร์ตลอด ตั้งแต่เรียนมายังไม่เคยไปรังสิตเลย โฮ่โฮ่!
     ตอนนี้เรามาคุยเรื่องการสอบตรงเข้าที่นี่กันดีกว่า การสอบ Admission ของ BAS ก็จะมีการสอบสองส่วนด้วยกันค่ะ

      ส่วนแรกคือข้อเขียน (Written Examination) ส่วนนี้จะมีข้อสอบสามข้อ จะเป็นข้อสอบทีไม่มีผิดถูกค่ะ จะเป็นการแสดงความคิดเห็น แล้วก็ดูทัศนคติของเรามากกว่า แต่ในการดูนี้ก็ไม่ใช่หมายความว่าจะง่าย เพราะถึงแม้จะไม่มีผิดถูก แต่ผู้ตรวจก็จะประเมินความรู้พื้นฐานของเราเกี่ยวกับประเทศอังกฤษ และอเมริกาค่ะ ซึ่งก็เป็นสิ่งจำเป็นนะคะสำหรับน้องๆที่จะมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสองประเทศนี้ แหล่งความรู้ก็ไม่ยากเลย wikipedia และ ข่าวสารต่างๆนั่นแหละค่ะ

      ส่วนที่สองคือการสัมภาษณ์ (Interview) การสัมภาษณ์ก็จะไม่มีอะไรมากค่ะ อาจารย์ที่มาสอบเราท่านก็จะถามคำถามต่างๆ การตอบก็เน้นว่าอย่าไปเกร็งมาก ตอบตามสบายค่ะ ท่านจะดูว่าหนังหน้าอย่างเราจะเข้ามาเรียนไหวรึเปล่าอะไรแบบนี้หนะค่ะ เพราะพี่บอกไว้ก่อนเลยว่าถึงแม้คณะอินเตอร์ ที่คนทั่วไปอาจจะคิดว่าเรียนง่าย อย่างนู้นอย่างนี้ แต่คนที่จบมาก็ล้วนแล้วแต่จะต้องมีความสามารถพอตัวเลยค่ะ จากประสบการณ์ส่วนตัวของพี่คือ ตอนเข้ามานี้มีพวกที่มาแบบชิลๆ แล้วก็ไปแล้วแบบชิลๆค่ะ

     ตอนนี้พี่กับป้อปกำลังจะเปิดติว เพื่อเข้า BAS โดยพี่จะมีข้อสอบเก่าๆให้น้องๆไปลองทำแล้วพี่ก็จะอ่านและช่วยแก้ไขให้ดีขึ้นค่ะ ส่วนค่าใช้จ่ายและสถานที่เดี๋ยวจะบอกอีกที แต่ก็คงจะเป็นบริเวณคณะแหละค่ะ

ถ้าน้องคนไหนสนใจให้มาลงชื่อไว้เลยนะคะ
โดยการส่งอีเมล์มาให้พี่ที่ bas.tutor@gmail.com

ให้บอกข้อมูลส่วนตัวเล็กน้อยนะคะ

ชื่อ-นามสกุล:
ชื่อเล่น:
อายุ:
โรงเรียน:
เกรดเฉลี่ยวิชาภาษาอังกฤษ:
สิ่งที่อยากได้จากการติว:
ค่าเรียนที่น้องคิดว่าเหมาะสม ต่อ ชม.:
อะแฮ่มๆ โอเคตอนนี้ พี่จะมาพูดถึงเรื่องการสอบเข้าค่ะ เห็นมีน้องๆถามผ่านทางพี่ป้อปเข้ามาเยอะ
อันที่จริงน้องสามารถเข้าไปดูที่เว็บของโครงการได้เลยนะคะ แต่ว่ามันเป็นภาษาอังกฤษ อาจจะเข้าใจคาดเคลื่อนได้ เพราะฉะน้าน พี่จะมาแปลให้ตรงนี้อีกทีละกัน เว็บไซต์ก็นี่ http://www.tu.ac.th/org/arts/bas/

REQUIREMENTS หรือ คุณสมบัติที่หรือสิ่งที่ต้องมีในการสมัครสอบมีดังนี้ คือ

1. Applicant must hold a secondary school certificate (M.6) or its equivalent
(ผู้สมัครจะต้องมีวุฒการศึกษาชั้นม.6 ของไทย หรือ เทียบเท่า เท่ากับว่าน้องๆที่เรียนจบมาจากต่างประเทศก็สามารถสมัครได้ค่ะ แต่ต้องมีใบจบ ซึ่งต้องไปทำเรื่องขอที่กระทรวงศึกษาธิการค่ะ)

2. A minimum secondary school GPA of 2.5 (or equivalent results such as GCE, GCSE, IGCSE, IB and GED); OR GCE, GCSE or IGCSE results must not be lower than "C" in five different subjects (Excluding GCE 'O' Level for Thai Language);

IB exam results must not be lower than "4" in five different subjects;

GED results must be at least 2250 scores, combinig all five subjects taken, and the score in each subject should reach a minimum of 410;

New Zealand results must be equivalent to an average of 2.5 due to the calculation of Embassy of New Zealand;

If an applicant does not have a GPA result in hand, he/she must submit a transcript, grade report, or relevant documents showing academic performance on the Application Submission Day.

(ข้อสองนี้บอกตามตรงว่างงเหมือนกันเพราะพี่มาจากโรงเรียนไทยค่ะ แต่ถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรเป็นพิเศษก็ถามเพิ่มเติมทางอีเมล์ได้ค่ะ เดี๋ยวไปถามเพื่อนๆที่มีประสบการณ์ให้ละกัน แต่เอาเป็นว่าถ้ามาจากโรงเรียนไทยก็เกรดเฉลี่ยต่ำต้อง 2.5 ขึ้นไปค่ะ ส่วนที่มาจากต่างประเทศก็ตามนั้น 55)

3. Results of one of the following tests (obtained within the past two years ONLY)
  • IELTS overall band score with a score of 5.0 or above, OR;
  • TOEFL with a total score of 173 (computer-based) or 59 (internet-based) or above, OR;
  • TU-GET with a score of 500 or above, OR;
  • SAT (Critical Reading) with a score of 350 or above OR;
  • National Entrance Examination or O-Net with a minimum score/percentage of 70 (English) and 50 (Socia lStudies)
(ข้อสามคือต้องมีผลการสอบทักษะด้านภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งจากลิสต์ข้างบน ที่ไม่เก่ากว่า 2 ปี หมายถึงถ้าเคยสอบมานานเกินสองปีแล้วใช้ไม่ได้ ต้องไปสอบใหม่ค่ะ)

สำหรับข้อสามพี่แนะนำว่าถ้าน้องคนไหนอยากสอบแบบประหยัดหน่อยก็ไปสอบ TU-GET ดีกว่าค่ะ ค่าสอบประมาณ ห้าร้อยกว่าบาท ไว้วันหลังจะเอารายละเอียดวิธีการสมัครมาบอกนะ

*** ใบสมัคร BAS ปีนี้จะเริ่มขายช่วงพฤศจิกายนนี้แล้วนะคะ ราคา 300 บาท ซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬา และก็ที่ร้านหนังสือธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์ค่ะ) ***
     โครงการอังกฤษ-อเมริกันศึกษา (British and American Studies) เรียกสั้นๆว่า BAS (แบส) เป็นโครงการพิเศษของ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ ถือว่าเป็นวิชาเอกของเราเลย เวลาใครถามก็บอกไปเลยว่าเราเรียน "คณะศิลปศาสตร์ เอกอังกฤษและอเมริกันศึกษา" โครงการ BAS เป็นโปรแกรมภาษาอังกฤษนะคะ การเรียนการสอนจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ยกเว้นวิชาภาษาไทย ที่ทุกคนต้องเรียนเมื่อเข้าเรียนในปีแรกค่ะ

     มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นถึงการที่นักศึกษาทุกคนมีสิทธิ และเสรีภาพเท่าเทียมกัน การรับน้องของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็จะไม่มีการบังคับนะคะ เป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ว่าถ้าใครไปรับน้องก็จะได้รู้จักเพื่อนๆมากขึ้น เวลามาเรียนแรกๆก็จะไม่เกิดอาการ "เอ๋อเหรอ" แต่ว่าอยู่ๆไปเดี๋ยวก็รู้จักันเองหละค่ะ

     ตอนนี้คณะ BAS ของเราเพิ่งจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการนักศึกษาขึ้นเพื่อที่จะสรรค์สร้างความเริ่ด หรู อลังการ ให้กับโครงการของเรานะคะ พี่ๆตั้งแต่ปีหนึ่งรุ่นนี้ไปถึงพี่ที่จะจบ และพี่ๆที่จบไปแล้ว หรือที่เรียกกันว่า พี่บัณฑิต ก็จะมาช่วยกันคิดว่าโครงการ BAS ของเราเนี่ยน่าจะมีคลับ หรือ พัฒนาอะไรขึ้นไปอีก ตอนนี้พี่ก็ได้เสนอเรื่องของการไปทัศนศึกษาองค์กรระหว่างประเทศต่างๆที่น่าจะมีประโยชน์แก่เพื่อนๆนักศึกษาทุกคน อย่างเช่น United Nations หรือ American Ambassy และอื่นๆอีกมากมายค่ะ

     การเรียนการสอนของ BAS ก็จะเน้นไปซะทุกเรื่องเกี่ยวกับประเทศอังกฤษ และอเมริกาค่ะ เรียนจบไปสามารถทำงานได้หลายด้านค่ะ อย่างเช่นองค์กร ระหว่างประเทศต่างๆ ตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศ ยูเอ็น สถานฑูตของประเทศต่างๆ ที่เน้นการใช้ภาษาค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวของแต่ละคนค่ะว่ามีความสามารถกันแค่ไหน หุหุ

    BAS มีอาจารย์หน้าประจำอยู่ 5 คนค่ะ ที่ว่าประจำคือจะเจอกันตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ ส่วนอาจารย์ท่านอื่นๆก็อาจจะมาจากคณะอื่นๆค่ะ ไว้พี่ไปขออนุญาตอาจารย์แต่ละคนก่อนแล้วจะมาเปิดเผยหน้าตาของท่านๆเน้อ
สวัสดีค่ะ

คาดว่าทุกคนที่กำลังอ่านบล๊อกนี้อยู่ต้องมีความสนใจในคณะ BAS หรือ British and American Studies อยู่บ้างไม่มากก็น้อย พี่และเพื่อนๆตอนนี้ก็กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่สองค่ะ เนื่องจากพี่คิดว่าทั้งตัวโครงการเอง และคณะของเราเป็นคณะที่น่าสนใจมากๆ แต่ระบบการจัดการเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย และตัวโครงการเอง อาจจะยังให้ข้อมูลได้แต่แบบกว้างๆ พี่ก็เลยอยากจะจัดทำบล๊อกนี้ขึ้นมาโดยเล่าจากประสบการณ์ของพี่ และเพื่อนๆแก่น้องๆที่มีความสนใจในตัวโครงการนี้ รวมทั้งอัพเดทข่าวสารและกิจกรรมต่างๆที่โครงการจะมีขึ้นในอนาคตด้วยค่ะ น้องๆที่สนใจอยากทราบอะไรเป็นพิเศษสามารถส่งอีเมล์ไปได้ที่ BAS.tutor@gmail.com ค่ะ ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ

พี่อ้อม